คณะกรรมการของ หอการค้าไทย–อิสราเอล (Thai-Israel Chamber of Commerce) หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือธุรกิจ – การศึกษา – วัฒนธรรม กับเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำไทย
เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 – 14.45 น. ณ กรุงเทพฯ คณะกรรมการฯ หอการค้าไทย–อิสราเอล นำโดย คุณวันชัย จิระไตรธาร ประธานหอการค้า (ผู้ก่อตั้งและประธานพันธกิจฯ โยเซฟฯ ประเทศไทย) ได้เข้าพบและประชุมร่วมกับ ดร.อาโลนา ฟิชเชอร์‑คัม (H.E. Dr. Alona Fisher-Kamm) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และ โทเมอร์ ชปีลมัน (Mr. Tomer Shpilman) ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ หัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของอิสราเอลประจำประเทศไทย
จุดประสงค์ของการประชุมการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
- เพิ่มช่องทางและขยายมิติความร่วมมือด้าน ธุรกิจ ระหว่างไทยกับอิสราเอล ทั้งการค้า การลงทุน และเทคโนโลยี
- เสริมสร้างความร่วมมือด้าน การศึกษา โดยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ระหว่างทั้งสองประเทศ
- ส่งเสริมด้าน วัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ และเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรม
ความเกี่ยวข้องและบริบทที่สำคัญ
หอการค้าไทย–อิสราเอล หรือ Thai-Israel Chamber of Commerce เป็นองค์กรสมาชิกที่เชื่อมโยงธุรกิจไทยและอิสราเอล ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงทางธุรกิจและนวัตกรรมระหว่างสองประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ SME และบริษัทข้ามชาติได้เข้าร่วมเครือข่าย
ทางเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยมีข้อมูลว่า ปีละมีนักท่องเที่ยวอิสราเอลเข้ามาประเทศไทยหลายแสนคน
ความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างไทยและอิสราเอลก็มีรากฐานอยู่ก่อนแล้ว เช่น โครงการสตาร์ทอัพจากอิสราเอลเข้าไทยเพื่อหารือกับภาครัฐไทย เรื่อง AgriTech, FoodTech, ClimateTech สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
ประเด็นที่หารือหลัก
- จากการประชุมทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองและเห็นโอกาสความร่วมมือในหลายด้าน เช่น
- การพัฒนาการค้าระหว่างไทยและอิสราเอล โดยมุ่งไปที่การขยายตลาดของผู้ประกอบการไทยในอิสราเอล และเปิดโอกาสให้นักลงทุนอิสราเอลเข้ามาทำธุรกิจในไทย
- ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีเกษตร (AgriTech) เทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) และสิ่งแวดล้อม (ClimateTech) ซึ่งอิสราเอลถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านนี้
- การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและบุคลากร เช่น การเปิดกิจกรรมสัมมนา การแลกเปลี่ยนผู้เรียน/นักวิจัย และการสร้างเครือข่ายวิชาการระหว่างไทยกับอิสราเอล
- การส่งเสริมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เช่น การจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-อิสราเอล การเชื่อมโยงชุมชนธุรกิจไทยกับชุมชนอิสราเอลในไทย และการสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมเพื่อประชาชนทั่วไป
ผลลัพธ์เบื้องต้นและทิศทางอนาคต
- ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะเร่งรัดออก กรอบความร่วมมือ (framework) ระยะกลางถึงยาว เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
- มีการตกลงเบื้องต้นให้จัด คณะผู้แทน ทางธุรกิจของไทยและอิสราเอลเดินทางไปเยือนซึ่งกันและกัน เพื่อวางแผนเจรจาธุรกิจและหาโอกาสร่วมลงทุน
- วางแผนจัด กิจกรรมร่วม เช่น สัมมนาเวทีธุรกิจ สตาร์ทอัพ มหกรรมวัฒนธรรม และโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา/นักวิจัย เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายและเพิ่มความเข้าใจซึ่งกันและกัน
การพบปะและหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอิสราเอลในหลายมิติ ทั้งธุรกิจ การศึกษา และวัฒนธรรม โดยในอนาคตหอการค้าไทย–อิสราเอลในบทบาทของผู้ส่งเสริมจะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาผู้ประกอบการไทยให้ออกไปสู่ตลาดอิสราเอล และในทางกลับกัน สนับสนุนให้นักลงทุนอิสราเอลสนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทย นับว่าเป็นโอกาสที่น่าจับตามองต่อไป
